ss

เทคนิคการลงทุน: ชี้ช่องการลงทุน (เทคนิคการใช้เงินต่อเงิน)

เทคนิคการลงทุน: ชี้ช่องการลงทุน (เทคนิคการใช้เงินต่อเงิน)

เทคนิคเงินต่อเงิน  คือการใช้เงินที่เรามีหรือเก็บสะสมมาลงทุนหรือนำไปสร้างมูลค่าให้ได้ผลตอบแทน โดยสามารถทำกำไรกลับมาได้

การใช้เงินทำงานแทนว่าง่าย ๆ คือ การเอาเงินไปลงทุนในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อหวังให้มีอกผลเพิ่มขึ้น โดยที่เราไม่ต้องเข้าไปบริหารงานเองและมีความเป็นไปได้ที่ผลของการลงทุนกับสิ่งที่เราคาดหวังไว้จะไม่ตรงกันเนื่องจากการลงทุนแบบนี้มีความเสี่ยง ขึ้นอยู่กับเราว่าต้องการผลตอบแทนในระดับใด อย่างที่ทราบกันดีว่าความเสี่ยงมากผลตอบแทนก็สูง ความเสี่ยงต่ำผลตอบแทนก็น้อย

ในช่วงเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนถือเป็นช่วงที่ดีของการลงทุน เพราะการลงทุนในส่วนต่าง ๆ จะมีต้นทุนของการลงทุนที่ลดลง เช่น ราคาต่อหุ้นลดลง มูลค่าต่อหน่วยของกองทุนรวมก็ลดลง ราคาอสังหาริมทรัพย์ลดลง ฯลฯ ดังนั้น ควรใช้เงินให้ทำงานพอถึงช่วงเศรษฐกิจฟื้นตัวการลงทุนต่าง ๆที่ลงไปจะเพิ่มพูนมูลค่ามากขึ้น

“ แต่การลงทุนนั้นก็ควรทำอย่างมีสติคือ ควรจดการกระแสเงินสดของเราให้เพียงพอมีสภาพคล่อง เพียงพอใช้ในชีวิตที่พอเพียง ส่วนค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นควรใช้เหตุผลนำอารมณ์มากกว่าใช้อารมณ์นำเหตุผล”

การลงทุนมีหลายประเภท และแต่ละประเภทมีระยะเวลาการให้ผลตอบแทนแตกต่างกัน การลงทุนโดยการซื้อของมาขาย ให้ผลตอบแทนเร็ว ขณะที่การลงทุนปลูกสร้างอาคารให้ผลตอบแทนช้า การรู้จักคิดและวางแผนการลงทุนเงินจึงเป็นการป้องกันความเสี่ยงของเราในอนาคตโดยมีรายละเอียดและการลงทุนดังนี้

     1. การฝากเงินไว้กับธนาคาร 

1.1 ประเภทฝากเผื่อเรียก   ฝากถอนวันละกี่ครั้งก็ได้คิดดอกเบี้ยเป็นรายวัน เหมาะมากสำหรับคนที่ไม่ค่อยมีธุรกรรมทางการเงินมากมายนัก แถมยังสามารถใช้บริการหักเพื่อชำระค่าสาธารณูปโภคต่าง ๆ ได้ด้วย แต่ว่าบัญชีประเภทนี้คิดดอกเบี้ยเป็นรายวันเลยทำให้คุณอาจจะได้ดอกเบี้ยน้อย
1.2 ประเภทฝากประจำ   เงินฝากประจำเป็นเงินฝากที่ธนาคารจะจ่ายคืนเมื่อสิ้นระยะเวลาที่กำหนดไว้ โดยมีสมุดคู่ฝากหรือใบรับฝากเงินเป็นหลักฐาน ในการรับฝากเงินแบ่งเป็นประเภท 3 เดือน 6 เดือน 24 เดือน และ 36 เดือน

2. พันธบัตรรัฐบาล

คือตราสารที่รัฐบาลโดยกระทรวงการคลังเป็นผู้ออก ซึ่งสัญญาว่าจะจ่ายดอกเบี้ยพร้อมเงินต้นให้แก่ผู้ถือ เมื่อครบกำหนดหรือจ่ายดอกเบี้ยเป็นงวด ๆ แล้วแต่ตามข้อตกลงกัน รัฐบาลจะออกพันธบัตรรัฐบาลเพื่อกู้ยืมเงินจากประชาชนและผู้ซื้อพันธบัตรจะมีฐานะเป็นเจ้าหนี้รัฐบาลตามกฎหมาย รัฐบาลเป็นลูกหนี้จึงมีเสถียรภาพสูงกว่าฝากเงินไว้กับธนาคาร

     3. สลากออมสิน

     4. หุ้นกู้เอกชน
หมายถึง ตราสารหนี้ที่ออกโดยบริษัทเอกชน ซึ่งบริษัทเอกชนที่ออกหุ้นกู้นั้นมีความต้องการเม็ดเงินเพื่อใช้ในการลงทุน หรือเพื่อใช้เพิ่มสภาพคล่องให้กับธุรกิจของบริษัท ส่วนผู้ที่ซื้อหุ้นกู้ดังกล่าวจะได้รับผลตอบแทนที่สูงกว่าพันธบัตรรัฐบาล ทั้งนี้สาเหตุหนึ่งที่บริษัทจัดการลงทุนต่าง ๆ หันมาลงทุนในหุ้นกู้เอกชน เพราะช่วงที่ผ่านมาการลงทุนในตลาดหุ้น และตลาดตราสารแห่งหนี้ให้ผลตอบแทนที่น้อยลง

     5. หุ้น
หุ้น คือหลักทรัพย์ที่แสดงความเป็นเจ้าของส่วนหนึ่งในบริษัทราคาหุ้นจะเปลี่ยนแปลงตามผลประกอบการของบริษัท และภาวะตลาด

     6. กองทุนตราสารหนี้
คือกองทุนที่จัดตั้งขึ้นโดยคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย แทนที่เราจะซื้อพันธบัตรรัฐบาล หรือหุ้นกู้เอกชนเองโดยตรง เราก็มาซื้อกับกองทุนตราสารหนี้ของธนาคารที่ลงทุนในเรื่องนั้นอยู่แล้ว

     7. กองทุนรวมระยะยาว (LTF)
LTF ย่อมาจากคำว่า Long Term Equity Fund หรือเรียกชื่อไทยว่า “กองทุนรวมหุ้นระยะยาว” เป็นกองทุนรวมที่เน้นการลงทุนในหุ้นโดยทางการสนับสนุนให้จัดตั้งขึ้นเพื่อเพิ่มสัดส่วนผู้ลงทุนสถาบัน (ซึ่งก็คือกองทุนรวม) ที่จะลงทุนระยะยาวในตลาดหลักทรัพย์ฯ การเพิ่มผู้ลงทุนสถาบันดังกล่าวจะช่วยให้ตลาดทุนไทยมีเสถียรภาพมากขึ้น ทั้งนี้ผู้ลงทุนใน LTF ที่เป็นบุคคลธรรมดาจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีเพื่อเป็นแรงจูงใจในการลงทุน

     8. กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)
กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพนี้ เป็นกองทุนรวมประเภทหนึ่งซึ่งมีลักษณะพิเศษตรงที่เป็นการผสมผสานระหว่างกองทุนรวม และการสะสมเงินไว้ใช้ในยามเกษียณ โดยทางการให้การสนับสนุนด้วยสิทธิประโยชน์ทางด้านภาษีแก่ผู้ลงทุน เพื่อจูงใจให้มีการออมแบบผูกพันระยะยาวตามเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด

     9. ทองคำ
ทองคำเป็นธาตุโลหะทรานซิซันสีเหลืองทองมันวาวเนื้ออ่อนนุ่ม สามารถยืดและตีเป็นแผ่นได้ ทองคำไม่คำปฏิกิริยากับสารเคมีส่วนใหญ่ ทองคำใช้เป็นทุนสำรองทางการเงินของหลายประเทศ ใช้ประโยชน์เป็นเครื่องประดับ งานทันตกรรม และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
การตั้งราคาทองในประเทศไทยมาจาก 2 ปัจจัยหลักคือ Goldspot และ USD-THB เหมาะสำหรับ ผู้มีเงินลงทุนมากและมีประสบการณ์เกี่ยวกับการเก็งกำไร

    10. ที่ดินและอสังหาริมทรัพย์
หมายถึง ที่ดิน ทรัพย์สินอันติดกับที่ดิน หรือประกอบเป็นอันเดียวกับที่ดิน รวมทั้งสิทธิทั้งหลายอันเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ที่ดินด้วย  เหมาะสำหรับ ผู้มีเงินลงทุนมากและมีประสบการณ์เกี่ยวกับการเก็งกำไรที่สูงมาก

จากที่กล่าวมาทั้งหมดถือเป็นการนำเงินออมไปลงทุนในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า ทั้งนี้สิ่งที่ต้องคำนึงถึงในการลงทุนควบคู่กันไปคือ อัตราผลตอบแทนและความเสี่ยง

หมายเหตุตัวโต ๆ เลยว่า  การลงทุนขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของแต่ละบุคคลว่าสามารถรับความเสี่ยงได้มากน้อยเพียงใด และเลือกลงทุนดังกล่าวให้สอดคล้องกับตนเองมากที่สุด ซึ่งผลตอบแทนและความเสี่ยงจากการใช้เงินออมในการลงทุนจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับประเภทของการลงทุน




0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เกี่ยวข้องกับการออมและการลงทุน