ss

กับดักเวลาและเงินทอง

กับดักเวลาและเงินทอง

เหตุผลที่ทำให้คนจำนวนหนึ่งมีฐานะไม่มั่นคงก็คือ ขาดความมุ่งหวังตั้งใจอย่างแรงกล้า ดีแต่ฝันลม  ๆ แล้ง ๆ อยากเป็นเศรษฐีโดยมิได้ทำอะไร “เหมาะสม” ที่จะทำให้ความฝันเป็นจริงขึ้นมา การที่จะเข้าใจว่าเหตุใดเขาจึงไม่ทำอะไรที่ “เหมาะสม” นั้น เราต้องเข้าใจว่าเขามองเรื่องเวลาอย่างไร

เวลาเป็นสิ่งแปลก บางวัฒนธรรมมีแนวโน้มที่จะเข้าใจเรื่องเวลาว่าเป็น วัฎจักร เช่น เกิด มีชีวิต ตาย และเกิดใหม่ เป็นอย่างนี้ไปตลอดกาล วัฒนธรรมตะวันตกโดยทั่วไปมองว่าเวลาเป็นเรื่องของเส้นตรง คือ อดีต ปัจจุบัน และอนาคต

ถ้าเรามองว่าเวลาเป็นเส้นตรง ลองขีดเส้นตรงแลแบ่งเป็นช่วงเวลาละ 10 ปีเท่ากัน จากอดีตมาจนถึงปัจจุบันและสู่อนาคต ทุกช่วงเวลาเหล่านี้ถึงแม้จะมีจำนวน 10 ปีเท่ากันก็จริง แต่ในความรู้สึกของคนโดยทั่วไปแล้วจะให้ความสำคัญแก่เวลาที่อยู่ใกล้กับปัจจุบันมากที่สุด และยิ่งเวลาไกลออกไปเท่าใด ก็ยิ่งให้ความสำคัญน้อยลงเท่านั้น สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะเขาสามารถวาดภาพสิ่งที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ได้ชัดเจนกว่าสิ่งที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเลาที่ไกลออกไป ลักษณะพิเศษเช่นนี้ของใจมนุษย์มีผลอย่างลึกซึ้งต่อการใช้ชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่อง เงิน ๆ ทอง ๆ มีตัวอย่างที่ขอยกมาเพื่ออาจช่วยไม่ให้ติดอยู่ในกับดักของการมองเวลาดังนี้

ตัวอย่างแรก  เงินกู้ระยะยาวที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำจะเป็นที่ชื่นชอบของคนโดยทั่วไป ยิ่งเงินดาวน์ต่ำหรือไม่มีเลยยิ่งเป็นที่น่าพิสมัย เหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะชอบการจ่ายเงินสดน้อย ๆ ในปัจจุบัน และมีภาระผูกพันในแต่ละเดือนไม่มากนัก สิ่งที่พลาดไปก็คือ ได้มองข้ามข้อเท็จจริงที่ว่า เมื่อเวลายิ่งยาวขึ้น โอกาสที่อัตราดอกเบี้ยจะผันผวนสูงขึ้นยิ่งมีมาก และเมื่ออัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น ธนาคารจะเรียกเก็บเงินกู้ผ่อนชำระสูงขึ้นในแต่ละเดือน (สถาบันการเงินทำได้โดยไม่ต้องบอกล่วงหน้า ยกเว้นมีการตกลงกันไว้ก่อน)

ตัวอย่างที่สอง  การให้ความสำคัญแก่สิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันมากกว่าอนาคต ทำให้มนุษย์โดยทั่วไปชอบการผัดวันประกันพรุ่ง ดังเช่น คนอเมริกาใต้ที่ชอบพูดว่า “manana” (มันยาน่า) ซึ่งแปลว่า เอาไว้ พรุ่งนี้(เถอะ) สิ่งที่เลวร้ายของ “มันยาน่า” ก็คือ คิดว่าจะออมในวันพรุ่งนี้ สำหรับวันนี้ขอใช้ชีวิตใช้จ่ายเงินให้สนุกไปก่อน และทุก ๆ วันในแต่ละเดือนก็คิดอย่างนี้ แต่พรุ่งนี้ก็ไม่มาถึงสักที จนแม้เมื่อถึงวันเกษียณอายุแล้วก็ตาม เมื่อไม่มีเงินออก เงินก็ไม่สามารถทำงานรับใช้ด้วยการงอกเงยได้ รายได้ในแต่ละเดือนล้วนเป็นรายจ่ายไปทั้งหมด โดยไม่มีแม้แต่ส่วนเดียวที่หักเป็นรายได้หรือให้เป็นรางวัลแต่ตัวเองจากการทำงาน

ตัวอย่างที่สาม  เมื่อไม่สามารถวาดภาพสิ่งที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอันไกลได้ชัดเจน เป้าหมายในอนาคตอันไกลจึงพร่าเลือนและนำไปสู่การมีชีวิตอยู่ไปวัน ๆ ในระยะสั้น โดยขาดเป้าหมายชีวิตในระยะยาว ปรากฎการณ์ขาดเป้าหมายในชีวิตนี้มักเกิดขึ้นกับผู้คนที่ให้ความสนใจแต่ปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการหาความสุขระยะสั้น และมักมีการขาดวินัยและความมุ่งมั่นเป็นเพื่อนเกลอสนับสนุน
กับดับทั้งสามข้างต้นนี้สามารหลีกเลี่ยงได้โดยการพยายามเข้าใจจุดอ่านตามธรรมชาติของมนุษย์ในการมองเรื่องเวลาเท่านั้น

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เกี่ยวข้องกับการออมและการลงทุน