ss

“ชีวิตคู่” กับการจัดการเงินทอง

“ชีวิตคู่” กับการจัดการเงินทอง

ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสามี ภรรยาและการเป็นครอบครัวที่อบอุ่นอย่างยั่งยืนเกี่ยวโยงกับการจัดการเรื่องการเงินของครอบครัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


สามี ภรรยาที่แยกกระเป๋ากัน สามีใจไม่กว้าง ไม่พูดจาเรื่องการจัดการเงินทองของครอบครัวอย่างเปิดเผย และภรรยาหรือสามีใช้เงินเก่งอย่างไม่รอบคอบ เงื่อนไขเหล่านี้คือเส้นทางที่ค่อนข้างแน่นอนนำไปสู่ปัญหาการเงินของครอบครัวและความร้าวฉานของความสัมพันธ์ที่ตามมา  มีผู้เชี่ยวชาญบอกว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดความเครียดระหว่างสามี ภรรยา จนอาจนำไปสู่ปัญหาความแตกแยกก็คือ (1) เพศสัมพันธ์  (2) ความเจ็บป่วยในครอบครัว และ (3) เรื่องการเงิน  การไม่เป็นหนึ่งเดียวกันในการบริหารจัดการเงินของครอบครัวเป็นสาเหตุสำคัญอีกอย่างหนึ่ง นอกเหนือจากการขาดความสามารในการจัดการเรื่องการเงินแล้ว

เคยได้ยินเรื่องที่ภรรยารู้หรือคาดว่าสามีรวย ถึงจะแยกกระเป๋ากันแต่มั่นใจว่าในที่สุดแล้วสามีก็ต้องยอมเป็นผู้จ่ายหนี้สินและหนี้ค้างชำระบัตรเครดิตให้อยู่ดี ภรรยาซึ่งเป็นคนใช้เงินเก่งจึงสนุกสนานกับการใช้เงินแบบ “กินอยู่เกินฐานะ” แต่เมื่อสามีมิได้รวยจริงในตอนที่ต้องจ่ายเงินหรือไม่มีเงินมากพอสำหรับการใช้จ่ายในระดับนั้น ปัญหาการเงินของครอบครัวก็เกิดขึ้น กรณีกลับกันก็เกิดขึ้นเมื่อสามีนึกว่าแต่งงานกับภรรยารวย ที่ถูกต้องนั้น สามี ภรรยาถึงแม้จะแยกกระเป๋ากัน ก็ต้องพูดจากันให้รู้เรื่องอย่างชัดเจนเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการอยู่อาศัยร่วมกัน ค่าใช้จ่ายการศึกษาของลูก การออม การลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมีข้อผูกพันทางการเงินที่ใหญ่โตและยาวนาน เช่นการลงทุนซื้อบ้าน หรือคอนโดมิเนียมให้คนเช่า หรือซื้อที่ดินเก็งกำไร

การแอบเล่นหุ้น แอบซื้อที่อยู่อาศัยให้คนเช่า หรือแอบเล่นแชร์ หรือแอบร่วมหุ้นขนาดใหญ่กับญาติหรือเพื่อน หรือแอบให้เงินคนกู้โดยอีกฝ่ายหนึ่งไม่ทราบ เป็นสิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยง ถ้าการลงทุนนั้นเสมอตัวหรือได้กำไรก็นับว่าโชคดีไป (มีโอกาสขาดทุนมากกว่า เพราะไม่ได้ปรึกษาหารือกัน) แต่ถ้าขาดทุนป่นปี้ ปัญหาก็จะเกิดขึ้นทันทีและนำไปสู่ความร้าวฉานได้ เพื่อความเป็นธรรมของทั้งสองฝ่าย ซึ่งเป็นบุคคลเดียวกันตามกฎหมาย ที่ต้องรับผิดชอบหนี้สินร่วมกัน การปรึกษาหารือกันถึงความรับผิดชอบใหม่ที่เกิดขึ้น ก่อนกระทำสิ่งต่าง ๆ ข้างต้นจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับความสำเร็จของชีวิตคู่

บ่อยครั้งที่ได้ยินก็คือ เมื่อต่างฝ่ายต่างไม่ปรึกษากันและแอบกระทำโดยไม่ให้อีกฝ่ายรู้ (การหลบเลี่ยงการลงนามให้ความยินยอมกู้ยืมของคู่สมรสทำได้ไม่ยากนักในสังคมไทย และการลงทุนในตลาดหุ้น เล่นแชร์ ร่วมลงทุนกับคนอื่น ก็ไม่จำเป็นต้องได้รับความยินยอมจากคู่สมรส) เมื่อเกิดปัญหาขึ้นก็ปิดบังคู่สมรส จนกระทั่งเรื่องแดงขึ้นและอาจสายเกินกว่าจะเยียวยา บ้านอยู่อาศัยและทรัพย์สินถูกยึดขายทอดตลาด หรือถึงกับต้องล้มละลายร่วมกันก็เคยได้ยิน คงเดาได้ว่าเมื่อถึงจุดนี้แล้ว อะไรจะเกิดขึ้นกับครอบครัว

การเป็นหนึ่งเดียวกันของครอบครัวในการตัดสินใจเกี่ยวกับเงินทอง ที่ต่างฝ่ายต่างมีและหามาได้โดยการพูดจาหารือกันอย่างเปิดเผย เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการมีครอบครัวที่มีความสุขและมีความมั่นคงทางการเงินอย่างยั่งยืน

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เกี่ยวข้องกับการออมและการลงทุน